SIX SIGMA

..............เรียบเรียงโดย บีบีอิลฮาม  เจ๊ะ  5910121004

Six Sigma เป็นระบบการจัดการคุณภาพในองค์กรที่มีคุณภาพมากระบบหนึ่ง ที่ยอมให้มีของเสียในระบบได้เพียง 3.4ชิ้น ต่อการผลิตสินค้าล้านชิ้น เป็นระบบที่เน้นความร่วมมือของทุกคนในองค์กรโดยไล่มาตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงบุคลากรในองค์กรทุกๆคน เน้นการลดความผิดพลาด ลดความสูญเปล่า ลดการแก้ไขตัวชิ้นงานและสอนให้พนักงานในองค์กรดำเนินธุรกิจอย่างมีหลักการ เป็นระบบที่จะไม่พยายามแก้ไขปัญหาแต่เน้นการกำจัดปัญหา หรือที่เรียกว่า เป็นการรวมกันระหว่าง “อานุภาพแห่งคน (Power of people)”และ“อานุภาพแห่งกระบวนการ (Process Power)” มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อสร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่ายของบริษัทและนำไปสู่การสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า

Six Sigma เกิดขึ้นครั้งแรก ณ.บริษัท Motorola ในปี 2533 ทำการคิดค้นโดยทีมวิศวกรของบริษัทภายใต้การนำทีมโดย Dr.Mikel Harry โดย Mikel Harry ได้กล่าวว่า “Six Sigma คือวิถีแห่งระบบคุณภาพแบบหลายมิติ อันประกอบด้วยรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน การจัดการที่ลงตัวและการตอบสนองตามหน้าที่ในองค์กร”

Six Sigma เป็นการประยุกต์ความรู้ทางด้านสถิติภายใต้สมมุติฐานที่ว่า 1) ทุกสิ่งทุกอย่าง คือกระบวนการ 2) กระบวนการทุกอย่างมีความแปรปรวนตลอดเวลา 3) การนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ทำเพื่อให้เข้าใจความแปรปรวนและนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการให้ดียิ่งขึ้น

Sigma : S ในทางสถิติใช้แทนระดับความผันแปรของกระบวนการ Six Sigma มีการนำความรู้ทางสถิติมาใช้ ซึ่งความหมายเชิงทฤษฎี Six Sigma คือความพยายามลดความผันแปรของกระบวนการโดยบีบให้ความผันแปรทั้งหมดอยู่ภายใต้ขีดจำกัดของข้อกำหนดด้านคุณภาพ โดยสมมุติให้ปรากฏการณ์ที่เกิดในระบบนั้นมีการแจกแจงแบบปกติ (Normal Distribution) หรือการกระจายเป็นรูประฆังคว่ำทั้งหมด โดยค่าเฉลี่ยที่จุดกึ่งกลางของการกระจายตัวนั้นคือ ค่าที่ต้องการ ส่วน ซิกมา คือ หนึ่งช่วงของความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ที่วัดจากจุดกึ่งกลางดังกล่าว ซึ่งถ้าตัว Six sigma มีคาสูงหรือมีความผันแปรมากขึ้นเทาไรก็เปรียบเสมือนมีการทำข้อผิดพลาดน้อยลงเท่านั้น ซึ่งโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดตัวนี้เรียกว่า DPMO (Defects Per Million Opportunities) ซึ่งในแต่ละระดับจะให้ค่าดังนี้

ระดับซิกมา

ค่าความน่าเชื่อถือ (Reliability)

DPMO

1.0

68.26894921%

317,310.5078629140

2.0

95.44997361%

45,500.2638963586

3.0

99.73002039%

2,699.7960632598

4.0

99.99366575%

63.3424836580

5.0

99.99994267%

0.5733039985

6.0

99.99999980%

0.0019731754

ส่วนความหมายเชิงปฏิบัติเป็นการใช้สถิติเพื่อปรับปรุงกระบวนการควบคู่กับการบริหารโครงการอย่างชาญฉลาดเพื่อนำไปสู่การลดต้นทุนซึ่งเป็นผลที่ได้จากการดำเนินโครงการ

หัวใจสำคัญของ Six Sigma คือถ้าสามารถนับหรือวัดจำนวนของเสียหรือสิ่งที่มีตำหนิที่ได้จากกระบวนการแล้ว ก็จะสามารถกำจัดของเสียหรือลดจำนวนของเสียให้น้อยลงได้

ขั้นตอนการทำงานของ Six Sigma

Six Sigma Project เป็นโครงการย่อยที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหา โดยต้องพิจารณาระดับปัญหาในปัจจุบันและศักยภาพที่จะเกิดประโยชน์จากการแก้ไขปัญหา ซึ่งทุกโครงการจะต้องดำเนินการผ่านขั้นตอนของ Six Sigma หรือที่เรียกว่า D-M-A-I-C โดย D-M-A-I-C มีขั้นตอนดังนี้

  1. D : Define Target คือ การกำหนดเป้าหมาย เป็นการกำหนดขั้นตอนสำหรับโครงการถือเป็นส่วนที่ท้าทายและยากที่สุดสำหรับการทำโครงการ
  2. M : Measure คือ การวัดความสามารถของกระบวนการ มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ 1) รวบรวมข้อมูลสำหรับนำมาใช้ตรวจสอบและวัดปริมาณเพื่อเป็นข้อมูลสำคัญต่อการปรับปรุง 2) แยกแยะข้อเท็จจริงและตัวเลขเพื่อสันนิษฐานสาเหตุปัญหา
  3. A : Analyze คือ การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา โดยจะเจาะลึกในรายละเอียดและวิเคราะห์ครอบคลุมถึงสิ่งต่างๆ ดังนี้ 1) Man (คน) 2) Machine (เครื่องจักร) 3) Materials (วัตถุดิบ) 4) Method (วิธีการ) 5) Measure (การวัด)
  4. I : Improve คือ การปรับปรุงโดยเน้นที่ต้นเหตุของปัญหา ต้องตรวจสอบและบริหารอย่างรอบคอบ และต้องวิเคราะห์ปัญหาอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
  5. C : Control คือ การควบคุมกระบวนการที่มีผลกระทบและพัฒนากระบวนการติดตามเพื่อรักษากระบวนการที่ได้เปลี่ยนแปลงไว้ให้คงอยู่

โครงสร้างและหน้าที่รับผิดชอบของ Six Sigma ประกอบด้วย

  1. Champion เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบสูงสุดต่อผลสำเร็จในงานหรือผู้บริหารระดับสูง ทำหน้าทีสนับสนุนให้เป้าหมายของงานสำคัญประสบความสำเร็จ ผลักดันให้เกิดองค์การ Six Sigma ติดตามความก้าวหน้าและเกิดการปรับปรุงองค์การอย่างต่อเนื่อง
  2. Six Sigma Director มีหน้าที่นำและบริหารองค์การให้สำเร็จตามแนวทาง Six Sigma เป็นผู้กำหนดแนวทางในการปฏิบัติและนโยบายการดำเนินงานของ Six Sigma
  3. Master Black Belt คือผู้ชำนาญการด้านเทคนิคและเครื่องมือสถิติ สามารถถ่ายทอดความรู้และให้การอบรมเพื่อสร้างทีม Black Belt และ Green Belt ตลอดการปรับปรุงได้
  4. Black Belt คือผู้บริหารโครงการและผู้ประสานงาน ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโครงการและบริหารลูกทีมข้ามสายงาน โน้มน้าวทีมงานและกระจายกลยุทธ์และนโยบายของบริษัทไปยังระดับปฏิบัติการ
  5. Green Belt คือพนักงานที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของ Black Belt ในการทำงาน ทำหน้าที่นำวิธีการปรับปรุงตามหลัก Six Sigma ไปใช้ในโครงการและนำไปขยายผลใช้ในหน่วยงานของตน
  6. Team Member คือสมาชิกในทีม เป็นตัวแทนของคนที่ทำงานในกระบวนการที่อยู่ในขอบข่ายของโครงการ

อ้างอิง

  1. https://www.gotoknow.org/posts/219109
  2. http://club.sanook.com/28455/six-sigma-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B3-six-sigma-%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89/
  3. http://sinutthathirawit.blogspot.com/2015/02/six-sigma.html
  4. https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B2
  5. http://pantip.com/topic/32218138
  6. http://www.op.mahidol.ac.th/orga/file/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2SixSigma[1].pdf
  7. http://www.east.spu.ac.th/graduate/admin/knowledge/A201Six%20sigma.pdf
  8. http://forecastingpro.blogspot.com/2011/01/blog-post.html

 

 

Vinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.xVinaora Nivo Slider 3.x
loader

ปฏิทินกิจกรรม MIM